บทความพิเศษ

ระบบโค้ชชิ่ง คืออะไร ? หลายที่พยายามเปลี่ยนครูเป็นโค้ช แต่ที่ Zenith School โรงเรียนเตรียมแพทย์แห่งเดียวในประเทศไทย เรานำโค้ชมืออาชีพเข้าสู่โรงเรียน

แนวทางการดูแลและพัฒนานักเรียนรายบุคคลผ่านเครื่องมือมาตรฐานสากลและโค้ชมืออาชีพ

ผู้สอนให้คำปรึกษาผู้ปกครองและนักเรียน โรงเรียน Zenith School

เส้นทางการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งด้านจุดแข็ง ความสนใจ รูปแบบการเรียนรู้ และเป้าหมายในอนาคต ที่ Zenith School โรงเรียนเตรียมแพทย์ จึงนำแนวคิดระบบโค้ชชิ่ง (Student Coaching) มาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลนักเรียนรายบุคคล โดยร่วมมือกับ TCI (Thailand Coaching Institute) หรือสถาบันโค้ชไทย เพื่อให้การดูแลนักเรียนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการเรียน แต่เปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้ทำความเข้าใจตัวเองและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของตัวเอง แล้วระบบโค้ชชิ่งคืออะไร ช่วยพัฒนานักเรียนได้อย่างไรบ้าง ? มาหาคำตอบไปพร้อมกัน

ระบบโค้ชชิ่ง (Student Coaching) คืออะไร ?

ระบบโค้ชชิ่ง คือแนวทางการดูแลและพัฒนาผู้เรียนผ่านกระบวนการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สำรวจความคิด ความสนใจ จุดแข็ง เป้าหมาย และสิ่งที่ต้องการพัฒนา ผ่านการตั้งคำถาม การรับฟัง และการสะท้อนมุมมอง เพื่อช่วยให้นักเรียนได้คิดและค้นหาคำตอบของตัวเอง ให้สามารถนำไปใช้ในการตั้งเป้าหมายและวางแผนพัฒนาตัวเองต่อไป

สำหรับนักเรียนระดับมัธยม ระบบนี้จึงสามารถนำมาใช้ควบคู่กับการเรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจตัวเองมากขึ้น และเริ่มวางแผนเส้นทางการเรียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายในอนาคต

ระบบการโค้ชชิ่งที่ Zenith School พัฒนาผู้เรียนอย่างไร ?

ครูผู้สอนให้คำปรึกษาแก่นักเรียนผ่านแนวคิดโค้ชชิ่ง

ระบบโค้ชชิ่ง (Student Coaching) ที่ Zenith School เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาผู้เรียนแบบรายบุคคล โดยอาศัยการโค้ชควบคู่กับเครื่องมือมาตรฐานระดับสากลอย่าง CliftonStrengths® และ VARK Learning Styles รวมถึงแนวคิด Strengths-Based Education เพื่อช่วยให้นักเรียนค้นพบจุดแข็งของตนเอง เข้าใจศักยภาพ และนำไปต่อยอดสู่การเรียนรู้และการวางแผนอนาคตได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ แนวคิดดังกล่าวยังนำไปใช้กับทางทีมผู้สอน ผู้บริหาร และผู้ปกครอง เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจผู้เรียนไปในทิศทางเดียวกัน และร่วมสนับสนุนการเติบโตของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ค้นหาจุดแข็งด้วย CliftonStrengths

CliftonStrengths® เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เรียนทำความเข้าใจจุดแข็งหรือรูปแบบความถนัดของตนเอง โดยผลการประเมินไม่ได้หยุดอยู่ที่การรู้ว่า “เก่งด้านอะไร” แต่ Zenith School นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการวางแผนพัฒนานักเรียนในด้านต่าง ๆ เช่น สนับสนุนให้เข้าร่วมการประกวด การแข่งขัน หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีการติวและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วม เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาความสามารถผ่านประสบการณ์จริง และสามารถนำกิจกรรมและผลงานที่ได้รับไปสะสมเป็นส่วนหนึ่งของ Portfolio

ขณะเดียวกันหากพบด้านที่นักเรียนยังต้องพัฒนา โรงเรียนสามารถนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนเสริมจุดอ่อน เช่น การจัดคลาสติวเพิ่มเติมในช่วงเย็น หรือการทำแบบทดสอบเพิ่มเติม เพื่อช่วยติดตามพัฒนาการและเสริมทักษะในส่วนที่ยังขาด จึงทำให้ข้อมูลจาก CliftonStrengths® ไม่ได้เป็นเพียงผลการประเมิน แต่สามารถนำไปสู่ การต่อยอดจุดแข็งและพัฒนาจุดที่ต้องเสริมของนักเรียนแต่ละคนอย่างเหมาะสม

2. ทำความเข้าใจรูปแบบการเรียนรู้ด้วย VARK Learning Styles

นอกจากการประเมินจุดแข็งแล้ว Zenith School ยังนำ VARK Learning Styles มาใช้เพื่อช่วยทำความเข้าใจรูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียน โดย VARK Learning Styles เป็นเครื่องมือที่ใช้ช่วยทำความเข้าใจแนวโน้มรูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียน จากการรับและประมวลข้อมูลผ่าน 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ Visual (การมองเห็น), Aural (การฟัง), Read/Write (การอ่านและเขียน) และ Kinesthetic (การลงมือปฏิบัติ) ซึ่งจากข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประกอบการออกแบบการเรียนรู้และการดูแลนักเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคนมากขึ้น

3. การโค้ชเพื่อพัฒนาศักยภาพรายบุคคล

ที่ Zenith School มีทั้งการโค้ชแบบรายบุคคล (One-on-One Coaching) และการโค้ชแบบกลุ่ม (Group Coaching) เมื่อมีข้อมูลเกี่ยวกับจุดแข็งและรูปแบบการเรียนรู้แล้ว การโค้ชชิ่งจะช่วยให้นักเรียนนำข้อมูลที่ได้มาทำความเข้าใจตัวเองในเชิงลึกมากขึ้น ผ่านการพูดคุย การตั้งคำถาม และการสะท้อนมุมมอง เพื่อทบทวนว่าจุดแข็ง รูปแบบการเรียนรู้ ความสนใจ และเป้าหมายของตนเองเชื่อมโยงกันอย่างไร พร้อมติดตามและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักเรียนสามารถทบทวน ปรับเปลี่ยนเป้าหมาย และพัฒนาตัวเองได้ตามความเหมาะสม

4. ครูทำหน้าที่มากกว่าผู้สอน

ภายใต้แนวคิด Student Coaching ครูไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสอนในห้องเรียน แต่ยังเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน โดยนำความเข้าใจเรื่องจุดแข็งและความแตกต่างของผู้เรียนมาใช้ในการตั้งคำถาม รับฟัง และออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน แนวทางนี้ช่วยให้ครูสามารถสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบ Strengths-Based Classroom ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้จุดแข็งของตัวเองในการเรียนและพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม

5. ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้เรียน

การพัฒนาผ่านระบบ Coaching ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงเรียน แต่ผู้ปกครองก็มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนนักเรียน โดยทำความเข้าใจจุดแข็ง ธรรมชาติ และแนวทางการเรียนรู้ของบุตรหลาน เพื่อให้สามารถสื่อสารและสนับสนุนการเติบโตได้อย่างเหมาะสม การมองเห็นศักยภาพของลูกโดยไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น ยังช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกที่ส่งเสริมความมั่นใจและการพัฒนาตัวเองของนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง

6. ผู้บริหารร่วมสร้างระบบพัฒนาผู้เรียนบนฐานจุดแข็ง

ผู้บริหารมีบทบาทในการนำแนวคิด Strengths-Based Coaching มาเป็นส่วนหนึ่งของระบบพัฒนาผู้เรียนและการทำงานภายในโรงเรียน โดยนำข้อมูลเกี่ยวกับจุดแข็งมาใช้ประกอบการบริหารจัดการและสนับสนุนการทำงานร่วมกันของครูและบุคลากร เมื่อผู้บริหาร ครู โค้ช และผู้ปกครองมีความเข้าใจผู้เรียนไปในทิศทางเดียวกัน การดูแลนักเรียนจึงสามารถดำเนินไปอย่างเป็นระบบ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในระยะยาว

ระบบโค้ชชิ่ง x Zenith School ร่วมพัฒนาศักยภาพนักเรียนรายบุคคลสู่เป้าหมายสายแพทย์อย่างมั่นใจ

ผู้สอนและนักเรียนเดินคุยกันในสวนโรงเรียนเตรียมแพทย์ Zenith School

Zenith School โรงเรียนเตรียมแพทย์แห่งเดียวในประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมที่ไม่ได้มองเพียงผลคะแนนหรือการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ แต่เริ่มจากการช่วยให้นักเรียนทำความเข้าใจตัวเอง ค้นหาความสนใจ และกำหนดเป้าหมายที่เหมาะกับตัวเอง ระบบโค้ชชิ่งจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลนักเรียนรายบุคคล โดยมีทีมผู้สอน Strengths Coach และผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองร่วมสนับสนุน ตั้งแต่การทำความเข้าใจตัวเอง การกำหนดเป้าหมาย การนำจุดแข็งไปใช้จริง ไปจนถึงการ Reflection และติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักเรียนสามารถทบทวนและปรับแนวทางของตัวเองได้ตามความสนใจและเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งช่วยส่งเสริมความมั่นใจ แรงจูงใจในการเรียนรู้ และ Soft Skills เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ ควบคู่กับการวางแผนด้านวิชาการ กิจกรรม ประสบการณ์ และเส้นทางการศึกษาและอาชีพ

สำหรับนักเรียนที่ต้องการก้าวสู่สายแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ การเตรียมตัวจึงไม่ได้มีเพียงเป้าหมายว่า “ต้องสอบแพทย์ให้ได้” แต่เป็นการค่อย ๆ รู้จักตัวเอง เห็นศักยภาพและสิ่งที่ต้องพัฒนา พร้อมวางเส้นทางไปสู่เป้าหมายที่เลือกไว้อย่างเหมาะสมและมั่นใจ